บริหารเงินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน วันนี้พี่มาลองจะขอนำเสนอถึงเรื่องการบริหารเงินสำหรับ
“มนุษย์เงินเดือน” ทั้งหลายๆ คน ที่ตอนนี้อาจจะใช้เงินกันแบบเดือนชนเดือน
หรือทำงานมาแล้วหลายปีก็ยังไม่มีเงินเก็บกัน
เอาตรงๆ เลยนะ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย
แต่มนุษย์เงินเดือนก็มีข้อดีของมัน นั่นก็คือ ความแน่นอนในรายได้ แต่ข้อเสียก็คือ
ความแน่นอนที่จะไม่ได้ไปมากกว่านี้เหมือนกัน
ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงเคล็ดลับการบริหารเงินยังไงให้มีเงินเก็บ
โดยหลักๆ จะขอแบ่งเป็น 3 ข้อ
1. แบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ
ส่วนที่ 1 คือ รายจ่ายประจำ เช่นค่าน้ำ ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ต่างๆ ที่เป็นรายจ่ายคงตัว
ส่วนที่ 2 คือ รายจ่ายผันแปร เช่น เสื้อผ้า
รองเท้า กระเป๋า ไปเที่ยว สังสรรค์และอื่นๆ ที่ผันแปรไปตามกิเลสของเรา
ซึ่งส่วนนี้ผู้อ่านต้องมาบริหารอีกทีว่า จะบริหารยังไงให้อยู่ได้
ถ้าเหลือก็เก็บแยกเผื่อไว้ให้เป็นรางวัลตัวเอง
ในการบริหารจัดการเงินส่วนนี้ผู้อ่านอาจทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายขึ้นมา เพื่อดูรอยรั่วของกระเป๋าตัง แล้วอุดรอยรั่วพวกนั้นซะ ไม่ใช่หามาเท่าไหร่ก็รั่วออกจากกระเป๋าหมด จนไม่มีเงินเก็บออม หรือลงทุนต่อ
ส่วนที่ 3 คือ เงินลงทุน ส่วนนี้มาจากรายได้ - รายจ่ายประจำ = เงินลงทุน + รายจ่ายผันแปร ซึ่งเราจะหักเงินลงทุนเท่าไหร่ ก็ขึ้นกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ของแต่ละคน
2. ลงทุนให้ถูกที่ ถูกเวลา
นอกจากทำงานหาเงินแล้ว เราควรให้เงินทำงานให้ด้วย ซึ่งในการตั้งเป้าหมายลงทุน
เราควรคำนึงถึง 3 สิ่งหลักๆ นั้นคือ เงิน ผลตอบแทน และเวลา เช่น เราตั้งเป้าหมายที่
1,000,000 บาท ภายในระยะเวลา 10 ปี ในอัตราผลตอบแทน 10% เราต้องใช้เงินจำนวนเท่านี้...บาทในการไปให้ถึงเป้าหมาย
แต่ทุกคนก็อย่าลืมว่ายิ่งอัตราผลตอบแทนสูง
ความเสี่ยงก็ยิ่งมาก หรือที่เค้าเรียกกันว่า High Risk High return อยากได้เยอะก็ต้องเสี่ยง ดังนั้นผู้ลงทุนควรหาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุน
3.วางแผนภาษี
ในเรื่องของภาษีเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
แต่ถ้าหากเราวางแผนภาษีดีๆ แต่ละปีก็จะมีเงินเหลือใช้มากเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ให้เลือกหลายผลิตภัณฑ์ ส่วนเราจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไหนก็ต้องย้อนกลับไปถามตัวเองว่า
เราต้องการอะไร เช่น
ปกป้องความมั่งคั่ง ก็อาจเลือกเป็นประกันชีวิต, ลงทุนระยะยาวก็อาจเลือกเป็นกองทุน LTF
หรือวางแผนเกษียณก็อาจเลือกเป็นกองทุน RMF เป็นต้น




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น