เดี๋ยวเล่าให้ฟัง : สรุปหนังสือ เพราะเป็นวันรุ่นจึงเจ็บปวด

  

      เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด

      ผู้เขียน : คิมรันโด

      ราคา : 199 บาท

หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้หนุ่มสาว หรือใครหลายๆคน ที่กำลังหลงทางไปกับกระแสสังคม สับสน เหน็ดเหนื่อย ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชีวิต ได้มีโอกาสลองคิด และทบทวนตัวเองในสิ่งต่างๆ เพื่อไม่ให้ต้องเจ็บปวดกับสิ่งไม่จำเป็น โดยหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 4 Parts

Part 1 คำตอบนั้นไม่อาจหาได้จากที่ไหน นอกจากนัยน์ตาของคุณ

พูดถึงเรื่องของนาฬิกาชีวิต ที่เทียบอายุกับเข็มนาฬิกาที่บอกเวลา สำหรับเด็กจบใหม่อายุ 24 ปีที่ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ มีความรู้สึกว่าผ่านมาขนาดนี้ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าลองมองย้อนไปที่นาฬิกาชีวิตที่อาจารย์คิมบอก จะเห็นได้ว่าเข็มนาฬิกาเพิ่งชี้ไปที่เวลา 7 โมง 12 นาที (กำหนดอายุขัย 80 ปี และ 1 วันมี 1,440 นาที ดังนั้นในแต่ละปีเข็มนาฬิกาจะขยับมาทีละ 18 นาที) เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่เร็วเกินไปหรือสายเกินแก้ เรายังมีเวลาที่จะไล่ตามความปรารถนา หรือความฝันที่เราตั้งใจไว้ ตอนนี้ยังไม่สำเร็จไม่เป็นไร เพราะทุกอย่างมีเวลาของมันเหมือนกับดอกไม้ที่สวยงาม ที่มีฤดูผลิบานของมัน เราเองก็เช่นกัน แต่ปัญหาคือเรารู้จักตัวเองพอหรือยัง อาจารย์คิมได้พูดถึงบางคนที่ยังลังเลสับสนกับเป้าหมายในชีวิต ลองตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังว่า “ฉันต้องการอะไร” “ฉันทำอะไรแล้วมีความสุข” “ฉันทำอะไรได้ดีที่สุด” “และฉันเป็นใคร”

และสำหรับคนอีกกลุ่มที่มีเป้าหมายชัดเจน ขีดเส้น 1 2 3 4 ฉันต้องทำแบบนี้ ปัญหาคือโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราไม่สามารถกำหนดได้ตายตัวว่าทำแบบนี้แล้วจะสำเร็จ เพราะฉะนั้นการมีแบบแผนที่ตายตัว เมื่อมีสิ่งเล็กๆ เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้ความฝันของเราถูกสั่นคลอน หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม ดังนั้น ให้ลองใช้ชีวิตแบบไม่วางแผน แต่ต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าจะเกิดไรขึ้นก็ไม่เป็นไร ลองผิดดูบ้าง เพราะการผิดพลาดก็ถือเป็นบทเรียนหนึ่งในชีวิต ค่อยๆสะสมประสบการณ์ชีวิต ลงทุนกับความสามารถของตัวเอง ลงทุนกับความฝันของตัวเอง แล้วอย่าลืมหยุดเดินสักนิด แล้วหันกลับมามองตัวเอง มาทบทวนถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่ผ่านเข้ามา แล้วเรียนรู้มัน ลงมือทำตามความปรารถนาอย่างตั้งใจ อย่าขี้เกียจ เพราะวันนี้ คือเวลาที่มีค่า อย่าเลื่อนสิ่งที่ต้องทำในวันนี้เป็นพรุ่งนี้

Part 2 พื้นไม่ลึกเท่าที่คิด

หลายๆคนอาจรู้สึกเป็นทุกข์ กังวลใจกับหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เกิดจากความผิดพลาด หรือทำอะไรแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จสักที เชื่อเถอะว่าความผิดพลาดเหล่านี้ถือเป็นบทเรียนที่ดีในชีวิตบทเรียนหนึ่ง และสิ่งที่เรียกว่าความทุกข์จะเป็นเหมือนพลังที่ผลักดันให้คุณก้าวไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นอย่ากลัวความผิดพลาด ความยากลำบากที่อาจเกิดขึ้น เพราะบางทีเมื่อคุณได้ลองสัมผัสมันจริงๆ มันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิดก็ได้ เหมือนเราถูกแขวนไว้ด้านบนหลุม ที่แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้ลึกมาก แต่เพราะความไม่รู้ เราจึงกลัว ซึ่งถ้าหากลองตัดสินใจปล่อยเชือกลงไป อาจบาดเจ็บน้อยกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นพยายามก้าวเดินต่อไป ถ้าคุณกำลังลำบากให้ก้มหน้ามองคนที่ลำบากกว่าคุณ แต่เมื่ออยากได้ดี ให้เงยหน้ามองคนที่อยู่สูงกว่า หมายความว่า ถึงจะเหนื่อยก็อย่าท้อถอย และถ้าอยากได้ดีก็จงอย่าทะนงตน

            Part 3 ปาฏิหาริย์คือสิ่งที่สำเร็จได้ทีละเล็กทีละน้อย

            การตัดสินใจทำบางสิ่งในชีวิตไม่ใช่การตัดสินใจที่แน่วแน่ แต่เป็นการฝึกหัด ฝึกซ้อมจนเก่งขึ้น เหมือนกับการว่ายน้ำที่ถ้าคุณมัวแต่อ่านทฤษฎี แต่ไม่ฝึกซ้อมมันก็คงไม่ช่วยให้คุณว่ายน้ำเก่งขึ้น เพราะฉะนั้นหมั่นฝึกซ้อมในสิ่งที่คุณตั้งใจ และเริ่มทำมันซะ ไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่เป็นวันนี้ทีละเล็กทีละน้อย เหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ชีวิตไปทีละชิ้น จนกลายเป็นจิ๊กซอว์ชีวิตที่มีขนาดใหญ่ แต่ว่าจิ๊กซอว์ชีวิตนี้ต่างกับจิ๊กซอว์ธรรมดาทั่วไปตรงที่คุณจะไม่รู้เลยว่าภาพจิ๊กซอว์ชีวิตนี้จะออกมาเป็นเช่นไรจนกว่าจะต่อเสร็จ และมีแต่คุณที่ต้องเป็นคนต่อภาพนั้นขึ้นเองทีละเล็กทีละน้อย

หนุ่มสาวหลายคนอยากประสบความสำเร็จ ตั้งแต่อายุยังน้อย เลยมัวแต่กังวลกับนาฬิกาที่บอกเวลาชีวิตว่า ตอนนี้ล่วงเลยเวลามาเท่าไหร่แล้ว จนลืมสิ่งที่สำคัญกว่านาฬิกาไป นั่นก็คือ เข็มทิศที่ช่วยชี้ทางว่าคุณควรก้าวเดินไปทางไหน และอีกสิ่งที่สำคัญกว่าเข็มทิศ คือกระจกที่สะท้อนตัวคุณเองว่าตอนนี้คุณทำอะไรอยู่

เริ่มทำสิ่งที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่วันนี้ทีละเล็กทีละน้อย อย่ามัวแต่รอคอยปาฏิหาริย์ รอคอยเวลา หรือเอาแต่บอกว่าไม่มีเวลาทำ ทุกคนมีโจรขโมยเวลาของตัวเอง เพราะฉะนั้นตั้งจับโจรขโมยเวลาให้ได้เสียก่อน เพื่อให้สามารถจัดการกับเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจารย์คิมได้เสนอถึงแนวทางการจัดการเวลาไว้ ซึ่งจะขอไม่ลงรายละเอียดตรงนี้นะคะ

            Part 4 “พรุ่งนี้” นำทางชีวิต “งานของฉัน” นำทางชีวิต

             คุณคือแกนหลักของชีวิต คุณต้องชัดเจนในตัวเอง ตัดสินใจหลายอย่างด้วยตัวเอง แม้ครั้งแรกอาจจะรู้สึกไม่มั่นคง และโดเดี่ยว แต่จงหัดเดินด้วยเท้าขอคุณไปเรื่อยๆ ณ เส้นชัยคุณจะเห็นตัวคุณที่สมบูรณ์แบบ

            สุดท้ายนี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่อยากแนะนำให้กับคนที่กำลังรู้สึกสับสน เหน็ดเหนื่อย ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชีวิต ได้มีโอกาสลองคิด และทบทวนตัวเองในสิ่งต่างๆ เพื่อไม่ให้ต้องเจ็บปวดกับสิ่งไม่จำเป็น ซึ่งสรุปตรงนี้เป็นเนื้อหาบางส่วนที่เอามาเขียนสรุปให้ ตัวหนังสือเพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวดยังมีเนื้อหาในหลายๆ เรื่องอีกในเล่มที่ไม่ได้เอามาสรุป เพราะฉะนั้นไปอุดหนุนกันเยอะๆนะคะ

ความคิดเห็น